แบบประเมินความตระหนักรู้ด้านการบริโภคเกลือและโซเดียมของประชาชน

ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานเฝ้าระวังและลดบริโภคเกลือและโซเดียมระดับจังหวัด

ข้อมูลส่วนบุคคล

เพศ *


อายุ


1.4 โรคประจำตัว ที่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ (สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) *


โรคความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคไตเรื้อรัง
อื่นๆ

ระดับการศึกษาสูงสุด *


รายได้ส่วนตัวต่อเดือนโดยประมาณ *


บาท (รวมรายรับที่ได้จากเงินเดือน/ค่าตอบแทนประจำ เงินจากรายได้พิเศษ เงินจากการได้รับสนับสนุนจากคู่สมรสและบุตร และอื่น ๆ)

ส่วนที่ 2 พฤติกรรมการบริโภคโซเดียม

ใน 1 เดือนที่ผ่านมา ท่านรับประทานอาหารต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน *

รายการ ทุกวัน
(7วัน/สัปดาห์)
บ่อยครั้ง
(3-6วัน/สัปดาห์)
บางครั้ง
(1-2วัน/สัปดาห์)
นานๆครั้ง
(น้อยกว่า 1 วัน)
ไม่ทานเลย
2.1 ท่านเติมน้ำปลา พริกน้ำปลา ซอสเหยาะจิ้ม หรือซีอิ๊วเพิ่มระหว่างรับประทานอาหาร
2.2 ท่านบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปภาคอุตสาหกรรม อาหารแช่แข็งหรือเนื้อสัตว์-แปรรูป (เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม หมูยอ ลูกชิ้น เป็นต้น) อาหารกึ่งสำเร็จรูป (เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ้ก/ข้าวต้ม กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น)
2.3 ท่านบริโภคอาหารแปรรูปท้องถิ่น/พื้นบ้านหรืออาหารหมักดอง (เช่น ปลาเค็ม ปลาร้า กะปิ ผักกาดดอง เป็นต้น)
2.4 ท่านจำกัดหรือลดปริมาณการบริโภคโซเดียม เช่น การลดจิ้มน้ำจิ้ม การลดซดน้ำซุป การลดการใช้เครื่องปรุงรสชาติเค็ม การสั่งอาหารเค็มน้อยหรือไม่ใส่ผงชูรส เป็นต้น

ส่วนที่ 2.5 การอ่านฉลากโภชนาการ

ชนิดฉลาก ท่านเคยเห็นหรือไม่ * ท่านเคยใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อหรือไม่ *
ฉลากโภชนาการ (Nutrition Facts) ฉลากโภชนาการ (Nutrition Facts)
ฉลาก GDA (หวาน มัน เค็ม) ฉลาก GDA (หวาน มัน เค็ม)
สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)

ส่วนที่ 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคโซเดียม

3.1 ปริมาณโซเดียมในอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันคือปริมาณเท่าใด (มิลลิกรัม) *

ทัศนคติ (ตอบตามระดับความเห็นด้วย) *

ข้อความ เห็นด้วย
อย่างยิ่ง
เห็นด้วย เฉยๆ ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
อย่างยิ่ง
3.2 การรับประทานเกลือและโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นระยะเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด
3.3 โรคที่เกิดจากการบริโภคเกลือและโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นระยะเวลานาน มีค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคสูง เป็นภาระต่อผู้ป่วยและสังคม
3.4 ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์-อัมพาต เป็นต้น
3.5 การลดบริโภคเกลือและโซเดียมช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น
3.6 การบริโภคผลิตภัณฑ์ลดเกลือโซเดียม เช่น น้ำปลาลดโซเดียม ซีอิ๊วลดโซเดียม ผงปรุงรสลดโซเดียม เกลือลดโซเดียม ทำได้ยากเนื่องจากมีราคาสูง
3.7 อาหารที่ปรุงเค็มน้อย ๆ จะมีรสชาติที่ไม่อร่อย
3.8 การใส่เครื่องปรุงรสหลาย ๆ ชนิดในการปรุงอาหาร เช่น เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ผงปรุงรส ผงชูรส ซุปก้อน สามารถทำให้อาหารมีรสชาติดียิ่งขึ้น
3.9 ท่านมั่นใจว่าสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการบริโภคเกลือและโซเดียมได้ เช่น การลดซด ลดจิ้ม ลดปรุง เป็นต้น
3.10 ควรมีกฎหมายหรือนโยบายในการจำกัดและควบคุมปริมาณเกลือและโซเดียมที่เติมลงในผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่าง ๆ
3.11 หากมีภาษีโซเดียม (มาตรการภาษีที่รัฐจะจัดเก็บจากสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด) จะช่วยจำกัดหรือควบคุมปริมาณเกลือและโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโซเดียมสูงซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้
3.12 หากท่านทราบว่าครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ท่านมีความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
3.13 ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดของท่าน รับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม/เค็มมาก

กรุณาตอบคำถามต่อไปนี้ (ใช่/ไม่ใช่) *

ข้อความ ใช่ ไม่ใช่
3.14 มีครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเคยแนะนำให้ท่านลดบริโภคเกลือและโซเดียมหรือไม่
3.15 ท่านเคยได้ยิน/รับรู้ สื่อหรือการรณรงค์ลดบริโภคเกลือและโซเดียมมาก่อนหรือไม่
3.16 ร้านอาหารใกล้บ้าน/สถานที่ทำงานมีเมนูลดเกลือโซเดียมหรือไม่