| 3.2 การรับประทานเกลือและโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นระยะเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด |
|
|
|
|
|
| 3.3 โรคที่เกิดจากการบริโภคเกลือและโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นระยะเวลานาน มีค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคสูง เป็นภาระต่อผู้ป่วยและสังคม |
|
|
|
|
|
| 3.4 ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์-อัมพาต เป็นต้น |
|
|
|
|
|
| 3.5 การลดบริโภคเกลือและโซเดียมช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น |
|
|
|
|
|
| 3.6 การบริโภคผลิตภัณฑ์ลดเกลือโซเดียม เช่น น้ำปลาลดโซเดียม ซีอิ๊วลดโซเดียม ผงปรุงรสลดโซเดียม เกลือลดโซเดียม ทำได้ยากเนื่องจากมีราคาสูง |
|
|
|
|
|
| 3.7 อาหารที่ปรุงเค็มน้อย ๆ จะมีรสชาติที่ไม่อร่อย |
|
|
|
|
|
| 3.8 การใส่เครื่องปรุงรสหลาย ๆ ชนิดในการปรุงอาหาร เช่น เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ผงปรุงรส ผงชูรส ซุปก้อน สามารถทำให้อาหารมีรสชาติดียิ่งขึ้น |
|
|
|
|
|
| 3.9 ท่านมั่นใจว่าสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการบริโภคเกลือและโซเดียมได้ เช่น การลดซด ลดจิ้ม ลดปรุง เป็นต้น |
|
|
|
|
|
| 3.10 ควรมีกฎหมายหรือนโยบายในการจำกัดและควบคุมปริมาณเกลือและโซเดียมที่เติมลงในผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่าง ๆ |
|
|
|
|
|
| 3.11 หากมีภาษีโซเดียม (มาตรการภาษีที่รัฐจะจัดเก็บจากสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด) จะช่วยจำกัดหรือควบคุมปริมาณเกลือและโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโซเดียมสูงซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้ |
|
|
|
|
|
| 3.12 หากท่านทราบว่าครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ท่านมีความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการบริโภคเกลือและโซเดียม |
|
|
|
|
|
| 3.13 ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดของท่าน รับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม/เค็มมาก |
|
|
|
|
|